ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก ข้ามไปยังส่วนท้ายเว็บ ข้ามไปยังส่วนเข้าสู่ระบบ ข้ามไปยังข่าวสารประชาสัมพันธ์ ข้ามไปยังเมนูหลัก

ข่าวสารประชาสัมพันธ์ทั้งหมด

รมว. ดีอีเอส ทำบุญครบรอบ 4 ปี วันคล้ายวันสถาปนา ดีอีเอส และ สดช. มุ่งมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อประโยชน์ของประชาชน

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานพร้อมนำผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ร่วมในพิธีถวายสักการะองค์ท้าวมหาพรหม ณ บริเวณหน้าศาลพระพรหม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ครบรอบ 4 ปี ในวันที่ 16 กันยายนนี้ พร้อมเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ณ ชั้น 9 บริเวณสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมีนางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมบำเพ็ญกุศลเพื่อความเป็นสิริมงคล

สดช.จัดประชุมระดมสมองและรับฟังความคิดเห็นแนวทางการใช้ดิจิทัลกับการทำสวนผลไม้

ดร.พรพรรณ ตันนุกิจ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนานโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในการประชุม เรื่อง แนวทางการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ ผ่านกลไกของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีผู้แทนเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้เครือข่ายงานวิจัยของประเทศและหน่วยงานภาคการเกษตรที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันสร้างสรรค์ประเด็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ณ ห้อง BB 202 โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ดร.พรพรรณ กล่าวว่า การทำสวนผลไม้โดยเฉพาะสวนทุเรียน เป็นที่นิยมปลูกของเกษตรกร เนื่องจากเป็นสินค้าที่ต้องการของตลาดภายในและต่างประเทศ แต่ทั้งนี้เกษตรกรยังมีปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือในเรื่องของน้ำที่ไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก ปัญหาพ่อค้าคนกลางที่กดราคาผลผลิตของเกษตรกร โรคต่าง ๆ ที่เกิดกับการปลูกทุเรียน และปัญหาขาดแคลนแรงงาน การส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมการเกษตรมากขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ช่วยทดแทนจำนวนแรงงานที่หายไปได้ รวมทั้งช่วยเพิ่มผลิตภาพ เพิ่มรายได้ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรผู้ปลูกทุเรียนให้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคการเกษตร ยังมีความท้าทายในประเด็นการเข้าถึงและการปรับตัวของเกษตรกรในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอยู่ค่อนข้างมาก สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบกำหนดทิศทางและวางยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาและการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมทางด้านดิจิทัลในภาคจึงส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน เช่น นวัตกรรมระบบหมุนเวียนน้ำในแปลงเกษตรกรรมของนายนิรันดร์ สมพงษ์ หัวหน้าชุมชนศูนย์การเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริบ้านเหนือ ที่ได้คิดค้นไว้เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในแปลงของเกษตรกรที่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ ซึ่งเกษตรกรที่สนใจสามารถเรียนรู้ทำเองได้ด้วยงบประมาณหลักพันบาท สดช. จึงได้ดำเนินการศึกษาแนวทางการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน จัดทำนโยบายสาธารณะตามกระบวนการห้องปฏิบัติการนโยบายสาธารณะ (Policy Lab) โดยผ่านการทำงานร่วมกับกลไกของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เครือข่ายงานวิจัยของประเทศ หน่วยงานภาคการเกษตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ประเด็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และสามารถตอบโจทย์นโยบายที่มีเกษตรกรเป็นศูนย์กลางได้อย่างแท้จริง สามารถหาช่องทางในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในภาคเกษตรกรรมเพื่อช่วยเพิ่มผลิตภาพในการผลิต ทำให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคส่วนต่าง ๆ จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ อันเป็นเป้าหมายหนึ่งของนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

สดช.จัดสัมมนาระดมสมองกำหนดทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนายุทธศาสตร์ชาติส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

สดช. จัดสัมมนาระดมสมองกำหนดทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนายุทธศาสตร์ชาติส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ระหว่างวันที่ 20 – 22 กันยายน 2563 ณ โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา จังหวัดเพชรบุรี นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมระดมสมอง เรื่อง ยุทธศาสตร์และทิศทางการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดเข้าร่วมเพื่่อแลกเปลี่่ยนความคิดเห็นในการช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีประชาคมโลกในฐานะที่ สดช. เป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดทิศทางและวางยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป

สดช.จัดประชุมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ “แนวทางการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับเกษตรกรผ่านกลไกของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม”

นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ เรื่องแนวทางการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับเกษตรกรผ่านกลไกของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม วันที่ 2 – 3 กันยายน 2563 ณ กนกรัตน์รีสอร์ท อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. มีการพัฒนานโยบายสาธารณะด้านดิจิทัลฯ ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลสถิติ และข้อมูลข้อเท็จจริง ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนานโยบายจากทุกกลุ่ม ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน และภาควิชาการ โดยผ่านหลายช่องทางและแพลตฟอร์ม รวมทั้งการกำหนดให้มีกลไกการทดลองนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติในสภาพแวดล้อมเฉพาะ (Policy Sandbox) เพื่อประเมินความเหมาะสมของนโยบายก่อนการกำหนดเป็นนโยบายสาธารณะ ซึ่งที่ผ่านมาศูนย์พัฒนานโยบายเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลเพื่อศึกษากระบวนการออกแบบนโยบายสาธารณะและจัดทำ DES Policy Lab และได้ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI เพื่อศึกษาผลกระทบของ Disruptive Technology ต่อกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ได้มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ที่ภาครัฐควรส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคเกษตรกรรม ควรสนับสนุนการลงทุนของ Startup เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลทางการเกษตร

สดช.จัดอบรมการสร้างการรับรู้การปฏิบัติตามแผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องสำหรับการบริหาร ความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (Business Continuity Plan - BCP) เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์วิกฤตเพื่อปฏิบัติภาระกิจและบริการที่สำคัญได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานการจัดอบรมโครงการ จัดอบรมการสร้างการรับรู้การปฏิบัติตามแผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องสำหรับการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (Business Continuity Plan - BCP) โดยมีผู้บริหาร สดช. พร้อมตัวแทน กอง/ศูนย์/กลุ่ม เข้าร่วมการจัดอบรมครั้งนี้ ณ ห้องประชุม C-07 ชั้น 9 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

“ชัยวุฒิ” ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า “เกษตรดิจิทัล” และตรวจเยี่ยมศูนย์ดิจิทัลชุมชน จ.เชียงราย

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วยเลขานุการรัฐมนตรี นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม เป็นประธานในพิธีเปิด และมอบครุภัณฑ์ศูนย์ดิจิทัลชุมชน องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย และเทศบาลตำบลเวียง ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้าการนำร่อง “เกษตรดิจิทัล” ณ ศูนย์ฝึกอบรมผาหมี จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 24 - 26 กันยายน 2564 นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายที่จะนำพาประเทศไทยก้าวสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจรากฐานของประเทศให้เข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพสูงครอบคลุมทั่วประเทศที่ทุกคนเข้าถึงได้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะกระทรวงที่รับผิดชอบด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของรัฐบาล ซึ่งเป็นแกนหลักในการผลักดันให้เกิดสังคมแห่งการสร้างภูมิปัญญาและการเรียนรู้ (Knowledge Base Society) ได้ดำเนินโครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชน โดยการยกระดับศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชน ที่จัดตั้งอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ อาทิเช่น วัด มัสยิด โรงเรียน สถานที่ราชการในท้องถิ่น และชุมชนที่เหมาะสม กระจายอยู่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 500 แห่ง เป็นศูนย์ดิจิทัลชุมชน เพื่อใช้เป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของเด็ก เยาวชน และประชาชนในชุมชน สามารถสืบค้นข้อมูล เรียนรู้ได้ด้วยตนเองผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และส่งเสริมการค้าขายสินค้าออนไลน์ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน อีกทั้ง ยังเป็นการขยายการให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งทางด้านข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีไปสู่ส่วนท้องถิ่น และลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล และให้ประชาชนในท้องถิ่นมีการเข้าถึงสารสนเทศ และบริการภาครัฐเพิ่มมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ กระทรวงฯ ได้ดำเนินการนำร่องเกษตรดิจิทัลด้วยเทคโนโลยี 5G ณ ศูนย์ฝึกอบรมผาหมี จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการดำเนินการนำร่องการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G พื้นที่แรก จากการนำร่องการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ในมิติต่าง ๆ “ในปี 2564 และปี 2565 จะเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยี 5G เนื่องจาก จะเป็นปีที่ทุกภาคส่วนจะเร่งมือขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จาก 5G อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ และที่สำคัญเราเห็นศักยภาพของ 5G ที่สามารถเข้ามาฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ การผนึกกำลังนำ 5G ไปยกระดับเกษตรดิจิทัล นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญ เนื่องจาก ภาคการเกษตรเป็นภาคส่วนที่ครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ความสำเร็จในการผนึกกำลังร่วมกันในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศไทยทั้งจากภาครัฐ ผู้ให้บริการเครือข่าย และเจ้าของพื้นที่ ซึ่งจะนำไปสู่การลดปัญหาความยากจน สร้างองค์ความรู้ สร้างความเท่าเทียม และสร้างรายได้ให้เกษตรกร รวมถึง เป็นการสร้างอาชีพอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป” นายชัยวุฒิ กล่าว นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี พ.ศ. 2563 – 2564 สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ดำเนินการขยายผลและยกระดับศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน จำนวนรวม 500 ศูนย์ ซึ่งศูนย์ดิจิทัลชุมชนที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย และเทศบาลตำบลเวียง ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในจำนวน 500 ศูนย์ ของโครงการยกระดับศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชนสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน โดยได้จัดหาอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับบริบทและวัฒนธรรมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป เพื่อใช้ในการผลักดันประชาชนในพื้นที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมุ่งหวังให้ศูนย์ดิจิทัลชุมชนสามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนในชุมชน ให้มีความเข้มแข็งในด้านต่าง ๆ อาทิ เป็นกลไกประชารัฐในการสร้างโอกาสให้ประชาชนและรัฐร่วมมือกันในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างความร่วมมือ ร่วมใจของรัฐและประชาสังคม และเป็นแหล่งเรียนรู้ตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในส่วนของโครงการนำร่องเกษตรดิจิทัลด้วยเทคโนโลยี 5G ณ ศูนย์ฝึกอบรมผาหมี จังหวัดเชียงราย จะจัดทำแปลงสาธิตปลูกต้นวานิลลา ซึ่งเป็นพืชที่มีมูลค่าสูง และแปลงเกษตรผสมผสานบนพื้นที่ 7 ไร่ โดยจะติดตั้งอุปกรณ์ดิจิทัลในทุกขั้นตอนของการทำงาน เพื่อเก็บข้อมูลและนำมาพัฒนาแบบครบวงจรตั้งแต่การผลิตจนถึงขั้นการแปรรูปสินค้าเพื่อจำหน่าย เช่น จำนวนต้น อุณหภูมิ ความชื้น การฉีดปุ๋ยบำรุงหรือสารกำจัดศัตรูพืช โดยมีการวิเคราะห์การเติบโต ระยะเวลาจัดเก็บและปริมาณผลผลิตที่จะได้รับ เป็นต้น โดยเป็นการดำเนินงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการเพาะปลูก เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลแบบอัตโนมัติอย่างครบถ้วนและเป็นระบบ และเพื่อศึกษา วิจัย พัฒนา และสร้างองค์ความรู้ ยกระดับสู่ศูนย์กลางการพัฒนาด้านการทดลองปลูกพืชมูลค่าสูง และการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรและชุมชน ต่อไป

สดช. จัดงานวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 5 ปี และงานเกษียณอายุราชการของเลขาธิการ (นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา) และ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อสังคม (นางปฏิมา อาภาศิลป์)

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564 นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมผู้บริหาร เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ณ ลานกิจกรรม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จากนั้น ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกท่านได้ร่วมกันเป่าเค้กวันเกิด สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ผ่านระบบออนไลน์ และเนื่องในโอกาสที่ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อสังคม(นางปฏิมา อาภาศิลป์) จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ รองเลขาธิการ (นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ) เป็นผู้แทน สดช. ในการมอบของที่ระลึกให้กับทั้ง 2 ท่าน ซึ่งได้สร้างความสามัคคี ความผูกพัน ความอาลัย ให้กับทุกท่านใน สดช. ทั้งนี้ งานดังกล่าวเป็นการจัดงานในรูปแบบ New Normal และเป็นไปตามมาตรการของรัฐบาลภายใต้สถานการณ์ Covid-19

อัพเดทจำนวนคงเหลือของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสื่อสารสำหรับคนพิการ ณ ปัจจุบัน

สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติขอแจ้งข้อมูลจำนวนคงเหลือของรายการอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสื่อสารสำหรับคนพิการ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ๑-เครื่องคอมพิวเตอร์-๐ ๒-อุปกรณ์สื่อสาร-๐ ๓-เครื่องช่วยสื่อสารพร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง-๕ ๔-เครื่องพิมพ์อักษรเบรลล์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์-๐ ๕-เครื่องสแกนเนอร์-๐ ๖-เครื่องแสดงผลอักษรเบรลล์-๐ ๗-เครื่องอ่านหนังสือสำหรับคนพิการ-๐ ๘-อุปกรณ์ควบคุมตัวชี้วัดตำแหน่ง-๑๐๔ ๙-โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับแปลสื่อสิ่งพิมพ์เป็นอักษรเบรลล์หรืออักษรเบรลล์เป็นสื่อสิ่งพิมพ์-๒๖ ๑๐-โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับอ่านหน้าจอ-๐ ๑๑-โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับแปลภาพ เป็นอักษรและมีเสียงสังเคราะห์ฯ-๘ ๑๒-โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับขยายหน้าจอ-๐ ๑๓-โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับอ่านหนังสือ-๔๔ ๑๔-โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับช่วยในการพิมพ์-๖๓ ๑๕-โปรแกรมพจนานุกรม-๕๙ ๑๖-โปรแกรมสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่ออำนวยความสะดวกในการสื่อสาร-๐ ๑๗-เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ช่วยในการใช้คอมพิวเตอร์-๘๔ ๑๘-ชุดอุปกรณ์สำหรับการใช้แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์-๗๗ รวม-๔๗๐

การจัดประชุมเพื่อระดมความเห็น ประเด็น การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ และผู้สูงอายุ

วันที่ (27 กันยายน 2564) นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ และผู้สูงอายุ ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมกิจการผู้สูงอายุ สำนักงาน กสทช. และสํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมสังคมคนพิการและผู้สูงอายุ เข้าร่วมประชุม รวมทั้งให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการจัดทำร่างนโยบายและแนวทางการส่งเสริมคนพิการและผู้สูงอายุในยุคดิจิทัล

สดช. จัดงานเปิดตัว "ONDE D4D App Portal" เชื่อมโยงบริการดิจิทัล สำหรับผู้พิการ (Digital Service for Disability : D4D)

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 สํานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดงานสัมมนาประชาสัมพันธ์เผยแพร่โครงการพัฒนาระบบการเชื่อมโยงบริการดิจิทัล สำหรับผู้พิการ (Digital Service for Disability : D4D) โดยมีนายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (รดช.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาดังกล่าว โดยงานสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์แอพพลิเคชั่น "ONDE D4D App Portal" ที่เป็นศูนย์รวมบริการดิจิทัลสำหรับคนพิการ รวมทั้งพัฒนาแอปพลิเคชันเพิ่มเติมเพื่อให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้คนพิการ ซึ่งครอบคลุมความพิการประเภทต่าง ๆ เช่น ความพิการทางการเห็น ความพิการทางการได้ยิน ความพิการทางการเคลื่อนไหว และความพิการทางสติปัญญา เป็นต้น ได้แก่ ONDE D4D SMART EAR สำหรับความพิการทางการได้ยิน ONDE D4D SMART EYE สำหรับความพิการทางการเห็น ONDE D4D SMART WHEEL CHAIR สำหรับความพิการทางการเคลื่อนไหว และ ONDE D4D SMART BRAIN PRACTICE สำหรับความพิการทางสติปัญญา นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ รดช. กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาประเทศ โดยมุ่งเน้นให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม สร้างโอกาสอย่างเท่าเทียมเพื่อสร้างสังคมและคุณภาพชีวิต ที่ดีให้กับประชาชนทุกกลุ่ม มีความรอบรู้ สามารถเข้าถึง พัฒนา และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างรู้เท่าทัน สดช. ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาและการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาประเทศในทุกมิติ โดยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนผ่านเครื่องมือและกลไกต่าง ๆ รวมทั้ง จัดให้มีโครงการที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้มีความเป็นอยู่และมีชีวิตที่ดีขึ้น มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งจะนำประเทศไทยพัฒนาไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ต่อไป กลุ่มคนพิการ เป็นบุคคลที่ได้รับความสำคัญตามกฎหมาย ย่อมได้รับสิทธิเท่าเทียมในการดำรงชีวิต และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้ง บริการต่าง ๆ ดังนั้น เมื่อการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศมีความก้าวหน้าไปเท่าไหร่ การยกระดับสิทธิความเท่าเทียมทางสังคมย่อมต้องได้รับการพัฒนาไปด้วยเช่นกัน ดังนั้น การเชื่อมโยงแอปพลิเคชั่นสำหรับคนพิการจึงเป็นประโยชน์ที่ สดช. ได้คำนึงถึงเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนพิการทุกประเภท รวมไปถึงได้มุ่งเน้นการพัฒนาแอปพลิเคชั่นที่สอดคล้องกับความต้องการของคนพิการแต่ละประเภทด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ความสำเร็จในการดำเนินงาน สดช. ได้รับความร่วมมือจากสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย สามารถดาวโหลดแอพลิเคชั่น "ONDE D4D App Portal" ได้ทาง App store และ Play store